My Slide

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

4 วิธีดูแลความงาม ด้วยเกลือป่น


คุณอาจคาดไม่ถึงว่าเกลือที่คุณใช้ปรุงอาหารอยู่ทุกวันนั้น ก็สามารถช่วยดูแลความงามให้คุณได้ด้วย ยังไงน่ะเหรอ? นี่คือรายละเอียด


ช่วยทำให้ผิวนุ่มขึ้น
เกลือนอกจากจะทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกและเป็นตัวต่อต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติแล้ว ยังช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไปได้ด้วย โดยใช้เกลือผงประมาณหนึ่งกำมือนวดเบาๆ เป็นแนววงกลมลงบนผิว แล้วล้างน้ำออก

ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้เส้นผม
คุณอาจสังเกตเห็นว่าเวลาไปเที่ยวทะเลแล้วเส้นผมมักจะอยู่ทรงสวย นั่นก็เพราะเกลือในน้ำทะเลจับตัวอยู่บนเส้นผม ทำให้เส้นผมมีน้ำหนักและอยู่ทรงได้ คุณสามารถมีผมสวยอย่างนั้นโดยไม่ต้องลงทะเลได้ โดยผสมเกลือผงหนึ่งช้อนโต๊ะเข้ากับน้ำสะอาดหนึ่งถ้วย คนให้เข้ากันแล้วเทลงในขวดสเปรย์ จากนั้นก็ฉีดลงบนเส้นผมในขณะแต่ทรง แล้วปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ

ขจัดความมันเยิ้ม
ในการทำให้ผิวที่เป็นมันเยิ้มดูไม่เป็นเงา รวมทั้งทำให้ทุกสภาพผิวดูมีชีวิตชีวาขึ้นนั้น ก็ผสมเกลือครึ่งช้อนชาเข้ากับคลีนเซอร์ที่คุณใช้ล้างหน้าตามปกติ จากนั้นก็นวดลงบนผิวหน้าแล้วล้างออกด้วยน้ำให้สะอาด

ทำความสะอาดล้ำลึก
คุณสามารถทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก ด้วยการผสมแครอทสับละเอียด ¼ ถ้วย เกลือผง ½ ช้อนชา และมายองเนส 1 ½ ช้อนชา แล้วตีให้เข้ากัน จากนั้น นำมาทาลงบนใบหน้าที่ยังชื้นๆ อยู่ ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างน้ำออก

สลัดผลไม้รวม

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

อาหารว่างเพื่อสุขภาพ



ปัจจุบันนี้ อาหารว่างในบ้านเรามีให้เลือกทานกันมากมาย แถมยังหาทานได้ง่ายขึ้น แต่สังเกตให้ดีก็ จะพบว่า อาหารว่างส่วนใหญ่ที่เข้ามามีบทบาทในบ้านเรา ล้วนมีอิทธิพลมาจากประเทศพัฒนาแล้วแทบทั้งสิ้น และแน่นอนว่าเมื่ออาหารเหล่านี้เข้ามา ย่อมจะต้องมีกระแสต่างๆ ที่ทำให้คนทานนั้นพูดถึง เช่น อาหารว่างที่เป็น Junk Food ซึ่งพบได้บ่อยตามท้องตลาดนั้น ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย           คำว่า Junk Food คนส่วนใหญ่มักคิดว่า เป็นอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพเอาเสียเลย แต่ความจริงอาหารว่างที่ทานนั้นมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรอย่างที่คิดเสมอไป
เพราะการเลือกทานอาหารว่างในแต่ละครั้ง ก่อนทานเราเองก็คงจะเลือกทานของที่มีแต่ประโยชน์ และเลือกทานในปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกายเท่านั้น
          ฉะนั้นมาดูกันว่า อาหารว่าง Junk Food ที่กล่าวมาข้างต้น มีอะไรบ้าง และมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร ดังนี้
1. Popcorn
          แนะนำว่าอย่าเลือกรับประทาน Popcorn แบบสำเร็จรูปที่สามารถทำเองในตู้ไมโครเวฟ เพราะไขมันที่ ได้รับนั้นจะสูงมาก ทางที่ดีการทำ Popcorn ให้เลือกใช้เนยเทียม เช่น มาร์การีน เพียงเล็กน้อย
2. Fruit and fruit smoothies
          แนะนำให้เลือกทานผลไม้ที่มีน้ำตาลไม่สูงมาก หรือจะเลือกทาน fruit smoothies ถ้าต้องการ ความรวดเร็วแล้วสะดวก
3. Ice cream          ไม่แนะนำให้เป็นอาหารว่างประจำทุกวัน เพราะค่อนข้างจะทำให้เกิดโรคอ้วนได้ และถ้าอยากทานจริงๆ ให้เลือกทานรสวานิลา ซึ่งถือว่าเป็นรสชาติพื้นฐาน
4. Cookies          ให้เลือกทานคุกกี้แบบ fat-free และไม่แนะนำว่าให้ทานเป็นอาหารว่างประจำเช่นเดียวกัน
5. Cheese and crackers
          แนะนำให้เลือกชีสแบบ low fat และให้โปรตีนสูง แต่ถ้าจะทานคู่กับแครกเกอร์ ให้เลือกที่ทำจาก เมล็ดธัญพืชที่ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่ง
6. Cereals
          เลือกที่มีไฟเบอร์สูง และมีปริมาณน้ำตาลต่ำ ธัญพืชที่ดี คือ ข้าวโอ๊ตบดหยาบ
7. Yogurt
          ถ้าเป็นคนไม่ชอบดื่มนม แนะนำให้ทานโยเกิร์ตที่เป็นรสธรรมชาติไม่มีการปรุงแต่ง และที่สำคัญไม่ควร เลือกที่มีน้ำตาลสูง ถ้าจะเพิ่มรสชาติให้เติมผลไม้สดลงไป
8. Vegetables
          แนะนำให้เลือกผักที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ผักใบสีเขียว เป็นต้น
9. Peanut butter
          ถ้าจะรับประทานให้ทานเพียงแค่หนึ่งช้อนโต๊ะเท่านั้น เพิ่มรสชาติด้วยการทาลงบนแครกเกอร์แบบ ธรรมชาติหรือจะขนมปังซีเรียล
10. Cake
          ไม่แนะนำให้ทานเป็นอาหารว่างประจำวัน ถ้าอยากทานให้เลือกทานที่เป็นเค้กชนิด low fat หรือจะ เป็นเค้กประเภทโยเกิร์ตผลไม้ก็เข้าที
          เพียงแค่นี้ก็ทำให้รู้ว่าการเลือกทานอาหารว่าง ก็เป็นสิ่งจำเป็นต่อเรา เพราะทำให้สามารถทานอาหารว่างได้อย่างสบายใจโดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับสุขภาพ



หลักในการเลือกอาหารว่างเพื่อสุขภาพ
1. คำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการ
2. ให้พลังงานไม่เกินร้อยละ 10 ของพลังงานที่ต้องการใน 1 วันผู้ใหญ่ควรได้รับพลังงานจากอาหารว่าง ประมาณ 150 – 200 แคลอรี่
3. อาหารว่างที่ดีควรจำกัดปริมาณน้ำมัน น้ำตาลและเกลือไม่ให้สูงเกินไป
4. ผลไม้สด เป็นอาหารว่างที่มีประโยชน์ มีแร่ธาตุและใยอาหาร และวิตามินสูง ผลไม้ที่เหมาะสมสำหรับเป็นอาหารว่าง ได้แก่ ส้ม มะละกอ ฝรั่ง ชมพู่ เป็นต้น (ตัวอย่างของผลไม้ 1 ส่วนบริโภค : กล้วยน้ำว้า 1 ผล ส้ม 1 ผล ผลไม้ตัดเป็นชิ้น จานเล็ก หรือ 6 – 8 คำ) หลีกเลี่ยงการใช้ผลไม้ที่มีรสหวาน
5. เครื่องดื่มที่เหมาะสม ไม่ควรมีน้ำตาลเกินร้อยละ 5 นมเปรี้ยวพร้อมดื่มมีนมเป็นส่วนประกอบเพียงครึ่งเดียว และมีน้ำตาลสูงเทียบเท่าน้ำอัดลม ถ้าเป็นเครื่องดื่มประเภทนมควรเป็นนมขาดมันเนยหรือนมพร่องไขมัน เพราะให้พลังงานน้อยกว่านมปรุงแต่งรส
6. การเลือกเครื่องดื่มประเภทน้ำผลไม้ ควรเลือกเครื่องดื่มน้ำผลไม้สดชนิดที่ไม่เติมน้ำตาล
แต่น้ำผลไม้สำเร็จรูป หรือน้ำผลไม้ที่ขายตามร้านทั่วไปมักเติมน้ำตาล และ บางชนิดมี
น้ำตาลสูง จึงควรเลือกชนิดที่มีน้ำผลไม้แท้เป็นส่วนผสมไม้น้อยกว่าร้อยละ 50 และเติม
น้ำตาลไม่เกิน ร้อยละ 5
7. ของว่างจำพวกเบเกอรี่ ควรเลือกขนมปัง ชนิดที่ทำมาจากโฮลวีท หลีกเลี่ยงขนมที่มีไขมันสูงและรสหวานจัด ตัวอย่างเช่น คุกกี้ พัฟ พาย เค้กหน้าครีม
8. สามารถเลือกพืชหัวและธัญพืชเป็นอาหารว่างได้ เช่น ข้าวโพดต้ม มันต้ม ฟักทองต้ม เป็นต้น
9. ขนมหวานของไทย ขนมไทยหลายอย่างมีประโยชน์เนื่องจากมักนำธัญพืช ถั่ว ผัก ผลไม้มาเป็นส่วนประกอบ การบริโภคให้เลือกชนิดที่มีน้ำมันน้อย หรือกะทิ / มะพร้าวน้อย และไม่หวานจัด เช่น ถั่วแปบ ขนมตาล ขนมกล้วย เป็นต้น หลีกเลี่ยงขนมหวานไทยบางชนิดที่มีกะทิหรือน้ำตาลเข้มข้น เช่น ขนมหม้อแกง ฝอยทอง ทองหยิบ ทองหยอด เป็นต้น
10. ของว่างอื่นๆ ที่เหมาะสม มีอาหารหลายหมวดอยู่ปนกัน เช่น ขนมจีบซาลาเปา แซนวิชไส้ทูน่า เป็นต้น

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

อาหารอะไร..ต้านมะเร็งได้ดีที่สุด

 อาหารเป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิตใช่ไหมค่ะ มาดูกันสิว่าอะไรบ้างที่เป็นสุดยอดอาหารในการต้านมะเร็ง
สุดยอดของอาหารต้านมะเร็ง
   อาหารเป็นสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีวิตใช่ไหมค่ะ คงไม่มีคนเถียง แต่เราสามารถเลือกวิธีการกินให้ถูกต้อง แถมยังควบคุมโรคร้าย อย่างเช่น มะเร็งได้ด้วย เพราะมูลนิธิวิจัยเกี่ยวกับมะเร็งแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา ทำการศึกษาและสรุปเป็นคำแนะนำออกมาว่า อาหารต่อไปนี้มีฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง มาดูกันสิว่าอะไรบ้างที่เป็นสุดยอดอาหารในการต้านมะเร็ง
- พริก
   พริกเม็ดใหญ่ กรอบ กวาน และมีสีสันสดสวย เป็นแหล่งที่ดีของสารต้านมะเร็ง อย่างวิตามินซี วิตามินเอ กรดโฟลิก และโพแทสเซียม
- พืชในตระกูลกะหล่ำ
   ไม่ว่าจะเป็นบล็อคเคอลี กะหล่ำดอก กะหล่ำใบ แรดิช ใบวอเตอร์เครส ฯลฯ พวกนี้มีสารเคมีในผักที่เรียกว่า phytochemical  ที่ช่วยกำจัดมะเร็ง โดยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ในร่างกายช่วยป้องกันไม่ให้  DNA ที่ถูกทำลายลุกลามกลายเป็นสารก่อมะเร็ง-คาซิโคเจน
- เบอร์รี่ต่างๆ
   ลูกเบอร์รี่เป็นคำเรียกผลไม้ลูกเล็กๆ ที่มีเนื้อมากและฉ่ำน้ำ ไม่ว่าจะเป็นแครนเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ และสตรอว์เบอร์รี่ เบอร์รี่พวกนี้จะมีวิตามินซี ซึ่งเป็นแอนติออกซิแดนท์อยู่มาก สังเกตได้ว่าเบอร์รี่ทุกชนิดมักมีรสเปรี้ยว รวมทั้งมีกรดโฟลิก กากใยอาหาร และโพแทสเซียม ที่ช่วยรักษาสมดุลของแร่ธาตุแและของเหลวในร่างกาย
- น้ำ
   เครื่องดื่มที่ดีที่สุดเห็นจะไม่พ้นน้ำดื่มบริสุทธิ์ น่ำช่วยในการย่อยและดูดซึมอาหาร ช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้ปกติ และเป็นการหล่อเลี้ยงให้กระบวนการต่างๆ ของร่างกายทำงานอย่างราบรื่นเป็นปกติ วันหนึ่งๆ พยายามดื่มน้ำให้ได้ 6-8 แก้ว
- ไลโคปีน
   เป็นสารที่พบในมะเขือเทศ และทำให้มะเขือเทสมีสีแดง ไลโคปีนและแบต้าแคโรทีนในมะเขือเทศมีฤทธิ์ช่วยยับยั้ง  free redical  ที่เป็นตัวการของการเกิดมะเร็ง รวมทั้งโรคที่เกิดจากความเสื่อมของสังขารต่างๆ ด้วย
- น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์
   เป็นไขมันที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด อุดมด้วยวิตามินอี ซึ่งเป้นสารแอนติออกซิแดนท์ มีรายงานว่าการบริโภคน้ำมันมะกอกช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้และมะเร็งทรวงอกได้
- ฟักทอง
   อุดมด้วยเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็ง สารนี้ยังพบในผักผลไม้สีเหลืองๆ ส้มๆ อาทิ แครอท ส้ม มันเทศ
- แอ๊ปเปิ้ล
   ในผลแอ๊ปเปิ้ลประกอบด้วย ที่เป็นสารต้านมะเร็ง




10 วิธีการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี


         ในแต่ละวันเราจำเป็นต้องรับประทานอาหารมากมาย มีคำแนะนำจากหลายสำนักให้กินนั่น ห้ามกินนี่จนไม่รู้จะเชื่อใครดี วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ของการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพอย่างเต็มที่มาฝาก

           1. กินอาหารเช้า เป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อจิตใจ และพลังชีวิตของคุณไปตลอดทั้งวัน และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น ทำให้คุณกินอาหารในมื้ออื่นๆ น้อยลง

           2. เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิดใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันดอกทานตะวัน ปรุงอาหารแทนน้ำมันแบบเดิมที่เคยใช้ เพราะเป็นไขมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย และมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี

           3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น คนเราควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย (ยกเว้นในรายที่ไตทำงานผิดปกติ) เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย ฟื้นฟูระบบขับถ่าย รักษาระดับความเข้มข้นของเลือด จะทำให้สดชื่นตลอดวันเลยทีเดียว

           4. เสริมสร้างแคลเซียมให้กับกระดูก ด้วยการดื่มนม กินปลาตัวเล็กทั้งตัวทั้งก้าง เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียว เพราะแคลเซียมเป็นสิ่งจำเป็นที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ระบบประสาททำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

           5. บอกลาขนมและของกินจุบจิบ ตัดของโปรดประเภทโดนัท คุกกี้ เค้กหน้าครีมหนานุ่ม ออกจากชีวิตบ้าง แล้วหันมากินผลไม้เป็นของว่างแทน วิตามิน และกากใยในผลไม้ มีประโยชน์กว่าไขมัน และน้ำตาลจากขนมหวานเป็นไหนๆ

           6. สร้างความคุ้นเคยกับการกินธัญพืชและข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน ข้าวฟ่างและลูกเดือย รวมทั้งข้าวกล้องที่เคยคิดว่าเป็นอาหารนก ได้มีการศึกษาและค้นคว้าแล้ว พบว่า ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และควบคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล

           7. กินให้ครบทุกสิ่งที่ธรรมชาติมี คุณต้องพยายามรับประทานผักผลไม้ต่างๆ ให้หลากสี เป็นต้นว่า สีแดงมะเขือเทศ สีม่วงองุ่น สีเขียวบล็อกเคอรี สีส้มแครอท อย่ายึดติดอยู่กับการกินอะไรเพียงอย่างเดียว เพราะพืชต่างสีกัน มีสารอาหารต่างชนิดกัน แถมยังเป็นการเพิ่มสีสันการกินให้กับคุณด้วย

           8. เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักปลา การกินปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ได้ทั้งความฉลาดและแข็งแรง เพราะปลามีกรดไขมันโอเมก้า 3 และโปรตีน ที่ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และบำรุงเซลล์สมอง ทั้งยังมีไขมันน้อย อร่อย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหุ่นเพรียวลมเป็นที่สุด

           9. กินถั่วให้เป็นนิสัย ทำให้ถั่วเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่คุณต้องกินทุกวัน วันละสัก 2 ช้อน ไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว หรือว่าของว่างก็ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญๆ หลายชนิด ต่างพากันไปชุมนุมอยู่ในถั่วเหล่านี้ ควรกินถั่วอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรกินครั้งละมากๆ เพราะมีแคลอรี่สูง อาจทำให้อ้วนได้ 




วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เครื่องดื่มสมุนไพรมะเขือพวง

น้ำสมุนไพร เครื่องดื่มสมุนไพร

น้ำสมุนไพรสูตรขับของเสีย


น้ำสมุนไพรสูตรขับของเสีย เพื่อการดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ และขับถ่ายของเสียที่ร่างกายไม่ประสงค์ได้อย่างสมบูรณ์ โดยมีส่วนผสมสำคัญคือ
  • ลูกแพร์อุดมไปด้วยวิตามินซี ไนอาซิน แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม และกรดโฟลิก ทั้งยังจัดเป็นหนึ่งในอาหารเพียงไม่กี่ชนิดที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ สามารถทำความสะอาดไส้ตรง รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ลดคอเลสเตอรอล ล้างของเสียที่สะสมอยู่ในไต แถมยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและเส้นใยเพ็กติน ช่วยขับโลหะหนักออกจากร่างกาย

  • วอเตอร์เครสมีรสเผ็ดร้อนคล้ายพริก แต่เปี่ยมด้วยคุณค่าจากวิตามินซี เหล็ก กำมะถัน คลอโรฟีลล์ เบต้าแคโรทีน ไบโอติน แคลเซียม โพแทสเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และไฟโตเคมิคอล ไอโซไทโอไซยาเนต ซึ่งทั้งหมดช่วยทำลายสารก่อมะเร็ง ดีต่อลำไส้ใหญ่และระบบทางเดินอาหาร ล้างพิษจากตับและไต ฟอกเลือด ล้างของเสียออกจากร่างกาย ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์กับลำไส้ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย


  • ส่วนผสม
    • ลูกแพร์(สุกงอมเต็มที่) 1 ถ้วย
    • วอเตอร์เครส 1/2 ถ้วย
    • น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย
    วิธีทำ
    เริ่มจากหั่นลูกแพร์เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า แล้วหั่นวอเตอร์เครสพอหยาบ นำไปสกัดรวมกันด้วยเครื่องสกัดน้ำผักและผลไม้ เทใส่แก้วเติมน้ำแข็งเพิ่มความเย็น ดื่มได้ทันที

    น้ำสมุนไพร สูตรเสริมคอลลาเจนใต้ผิวหนัง
    น้ำสมุนไพร สูตรเสริมคอลลาเจนใต้ผิวหนัง
    สูตรเสริมสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง และบำรุงผิวพรรณให้เต่งตึง โดยอาศัยสารอาหารที่มีอยู่ในกีวีและองุ่นเขียว
  • กีวีอุดมไปด้วยวิตามินซี แมกนีเซียม โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม และเบตาแคโรทีน ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย ไม่ถูกหวัดกินง่าย ๆ ในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง

  • องุ่นเขียวเพิ่มความเร็วให้แก่กระบวนการเผาผลาญอาหาร รวมทั้งการล้างพิษ เหมาะกับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก ดีต่อเลือดลม ช่วยขับปัสสาวะ ในองุ่นเป็นแหล่งรวมของฟอสฟอรัส กำมะถัน แคลเซียม เหล็ก วิตามินบี1 บี2 วิตามินซี กรดไฟโตเคมิคอลเอลลาจิก และทาร์ทาริก


  • ส่วนผสม
    • กีวี 1 ถ้วย
    • องุ่นเขียว 1 ถ้วย
    • น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย
    วิธีทำ
    เริ่มด้วยการนำกีวีและองุ่นเขียวไปทำความสะอาด จากนั้นนำองุ่นเขียวไปผ่าครึ่งโดยไม่ต้องเอาเมล็ดออก ส่วนกีวีให้ปลอกเปลือกก่อนแล้วหั่นเป็นแว่น นำองุ่นเขียวและกีวีไปปั่นรวมกันด้วยเครื่องปั่น หลังจากปั่นไปได้สักครู่จนเนื้อผลไม้พอละเอียดเข้ากันให้เติมน้ำแข็งป่นเล็กน้อยแล้วปั่นส่วนผสมทั้งหมดอีกครั้งเป็นอันเสร็จ

    น้ำสมุนไพรสูตรผิวสวย
    สูตรผิวสวย ช่วยให้ผิวพรรณกระจ่างใส แลดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ โดยมีส่วนผสมสำคัญคือ
  • มะม่วงอุดมไปด้วยวิตามินบี 3 แมกนีเซียม โพแทสเซียม ทองแดง และเบตาแคโรทีน ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณได้เป็นอย่างดี

  • เสาวรสเปี่ยมด้วยวิตามินซี และสารอาหารที่ใกล้เคียงกับมะม่วง อย่าง เบตาแคโรทีน แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และวิตามินบี 3

  • แอปเปิ้ลช่วยล้างพิษ และลดความตึงเครียด เพราะมีโพแทสเซียม กำมะถัน เหล็ก แมกนีเซียม วิตามินบี1 บี2 และบี6 โดยในสูตรนี้เลือกใช้แอปเปิ้ลแดง


  • ส่วนผสม
    • เสาวรส 1 ถ้วย
    • มะม่วงสุก 1 ถ้วย
    • แอปเปิ้ลแดง 2 ถ้วย
    • น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย
    วิธีทำ
    ให้คว้านเอาแต่เนื้อและเมล็ดของเสาวรสออกมาจากนั้นสับแบบหยาบๆ ปอกเปลือกมะม่วงหั่นเป็นชิ้นขนาดพอประมาณ ต่อด้วยการหั่นแอปเปิ้ลพร้อมเปลือกเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าโดยไม่ต้องคว้านเอาแกนออก แล้วจึงนำผลไม้ทั้ง 3 ชนิดไปสกัดด้วยเครื่องสกัดน้ำผักและผลไม้(หรือเครื่องคั้น) เทเครื่องดื่มใส่แก้วเติมน้ำแข็งป่นเพิ่มความเย็นสดชื่น ดื่มได้ทันที

    น้ำสมุนไพรสูตรบำรุงกระดูก
    น้ำสมุนไพรสูตรบำรุงกระดูก
    สูตรเครื่องดื่มบำรุงกระดูก ประกอบด้วยสารอาหารจากผักและผลไม้ ได้แก่
    •  บร็อกโคลี ที่อุดมไปด้วยไฟโตเคมิคอล ซัลโฟราเฟน กลูโคซิโนเลต สารต้านการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง
    • แอปเปิ้ลเขียว ช่วยลดความตึงเครียด เพราะมีโพแทสเซียม กำมะถัน เหล็ก แมกนีเซียม วิตามินบี1 บี2 และบี6 ทั้งยังมีกรดมาลิก แทนนิก เส้นใบเพ็กติน ช่วยทำความสะอาดกระเพาะอาหาร-ลำไส้ และช่วยลดไข้ บรรเทาอาการอักเสบของเนื้อเยื่อ
    • คะน้า มีวิตามินบี2 ช่วยซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อต่าง ๆ แก้อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
    • ผักชีฝรั่ง ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง เมื่อเกิดแผลยังช่วยให้เลือดหยุดไหลได้เร็ว
    • ขึ้นฉ่าย ช่วยบำรุงตับ แก้ร้อนในและความดันโลหิตได้

    ส่วนผสม
    •  บร็อกโคลี 1 ถ้วย
    • ผักชีฝรั่ง 1/2 ถ้วย
    • คะน้า 1/2 ถ้วย
    • แอปเปิ้ลเขียว 2 ถ้วย
    • ขึ้นฉ่าย 1/2 ถ้วย
    • น้ำแข็งป่น 1 ถ้วย

    วิธีทำ
    เริ่มจากล้างผักและผลไม้ทั้งหมดให้สะอาด นำบร็อกโคลีหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ซอยผักชีฝรั่งและขึ้นฉ่ายจนละเอียด ส่วนคะน้านำไปบุบพอแตกแล้วจึงไปหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดไปสกัดด้วยเครื่องสกัดน้ำผัก-ผลไม้ แล้วพักไว้
    หันไปหั่นแอปเปิ้ลเขียวเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า และนำไปปั่นรวมกันกับส่วนผสมที่สกัดเตรียมไว้ด้วยเครื่องปั่น สามารถเติมน้ำแข็งป่นเพื่อความเย็นสดชื่นแล้วดื่มได้ทันที หากน้ำผักและผลไม้มีลักษณะข้นเกินไป ให้เติมน้ำแร่ลงไปเล็กน้อยเพื่อช่วยเจือจาง

    น้ำสมุนไพร สูตรช่วยล้างพิษและเสริมสร้างตับให้แข็งแรง

    น้ำสมุนไพร สูตรช่วยล้างพิษและเสริมสร้างตับให้แข็งแรง ด้วยส่วนผสมของ
    • กะหล่ำปลี ที่อุดมไปด้วยสารอินโดลฟลาโวนอยด์ สารคาร์บินอล สารไฟโตเคมิคอล ซัลโฟราเฟน กลูโคซิโนเลต ซึ่งช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็ง และต้านการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง อีกทั้งยังมีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และกรดโฟลิก การับประทานกะหล่ำปลีช่วยกระตุ้นการสร้างกลูตาไทโอน สารที่จำเป็นต่อตับในการล้างพิษ
    • วีตกราส หรือต้นอ่อนข้าวสาลี ช่วยฟอกโลหิต ล้างสารพิษที่ตกค้าง ช่วยย่อยอาหาร เพิ่มพละกำลังแก่ร่างกาย เพราะมีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบีรวม แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และเหล็ก (การดื่มน้ำวีตกราสคั้นสด ๆ ยังช่วยทำความสะอาดเลือด เสริมความแข็งแรงให้เซลล์เม็ดเลือด)
    • สาหร่ายสไปรูลินา อุดมด้วยวิตามินบี 12 ช่วยในการฟื้นฟูและปรับสมดุลของตับ สมอง และระบบประสาท และมีคลอโรฟีลล์ ตัวช่วยเร่งการล้างพิษและขับของเสียจากตับ กระแสเลือด และลำไส้

    ส่วนผสม
    • กะหล่ำปลี 1 ถ้วย
    • วีตกราส 2 ถ้วย
    • สาหร่ายสไปรูลินา พอประมาณ
    วิธีทำ
    เริ่มด้วยการทำความสะอาดกะหล่ำปลีและวีตกราส หั่นให้ได้ขนาดเล็กพอประมาณ นำไปสกัดเอาแต่น้ำด้วยเครื่องสกัดน้ำผัก-ผลไม้ เทใส่แก้ว ตามด้วยเติมสาหร่ายสไปรูลินา คนให้เข้ากัน ดื่มได้ทันที

    น้ำสมุนไพร สูตรล้างพิษ บำรุงตับ

    น้ำสมุนไพรสูตรบำรุงรักษา ‘ตับ’ มีส่วนผสมของ กะหล่ำปลี สาหร่ายสไปรูลินา และวีตกราส ช่วยล้างพิษในตับ เสริมสร้างตับให้แข็งแรง
    คุณประโยชน์ของส่วนผสมต่างๆมีดังนี้
    น้ำสมุนไพร-สูตรล้างพิษ-บำรุงตับกะหล่ำปลี อุดมไปด้วยสารอินโดลฟลาโวนอยด์ สารคาร์บินอล สารซัลฟาราเฟน กลูโคซิโนเลต ต้านการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยชะล้างพิษ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ช่วยทำความสะอาดลำไส้ บรรเทาอาการอักเสบเนื่องจากแผลในลำไส้ แก้ท้องผูก แก้เจ็บคอ บำรุงไต ดีต่อผิวพรรณ ทำให้ผิวสะอาดเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล แก้จุกเสียดแน่นท้อง ขับปัสสาวะ บรรเทาอาการแน่นหน้าอก และยังมีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี และกรดโฟลิก กะหล่ำปลียังเพิ่มการสร้างกลูตาไทโอนซึ่งจำเป็นต่อตับในการล้างพิษจากควันไอเสีย และยา นอกจากนี้ควรรู้ไว้ว่า กะหล่ำปลีขาวจะมีรสชาติหวาน และง่ายต่อการดื่มมากกว่ากะหล่ำปลีเขียว
    สาหร่ายสไปรูลินา อุดมไปด้วยวิตามินบีที่จำเป็นต่อการล้างพิษ การฟื้นฟู และการปรับสมดุลของตับ สมอง และระบบประสาท และเป็นแหล่งวิตามินบี 12 ไม่ก่อให้เกิดกรดหรือของเสียขึ้นภายในร่างกาย คลอโรฟีลล์ที่พบในสาหร่ายสไปรูลินา ยังเร่งกระบวนการชะล้างพิษและของเสียในตับ กระแสเลือด เนื้อเยื่อ และลำไส้ให้เร็วขึ้น ส่งผลให้เฮโมโกลบิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบของเม็ดเลือดที่ทำหน้าที่ในการลำเลียงออกซิเจนแข็งแรง
    วีตกราส หรือต้นอ่อนข้าวสาลี อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบีรวม แคลเซียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม เหล็ก และยังมีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหาร กรดอะมิโนที่สำคัญ วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับการสร้างเซลล์ร่างกายใหม่ ๆ และคลอโรฟีลล์ช่วยทำความสะอาดเลือด ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลมารวมกันก็เพื่อช่วยฟอกโลหิต เซลล์เม็ดเลือดแข็งแรง ร่างกายสะอาด และเพิ่มกำลังวังช